“ทำไมเขาถึงพยายามให้เขียนโพสต์เป็นคำถามคะ?”

นั่นเป้นสิ่งที่มีคนถามเข้ามาถึงสูตรการเขียนคอนเทนต์ที่ถูกบอกต่อ ๆ กันมาว่าได้ผลดี สร้าง Engagement ได้เยอะ แต่คนใช้ก็อาจจะไม่แน่ใจว่ามันดีเพราะอะไร? ทำไมบางครั้งถึงเวิร์คและบางครั้งไม่เวิร์ค?

เอาจริง ๆ แล้วเทคนิคของการตั้งคำถามนั้นถูกใช้มาตั้งแต่การเป็น Sale Pitching หรือการพูดเพื่อนำเสนอสินค้าแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะการตั้งคำถามนั้นจะเป็นการเปิดที่สร้างความสนใจให้กับผู้ฟังดีกว่าการบรรยายเฉย ๆ อย่างเช่น

“การกินไขมันมากไปเป็นอันตรายกับคุณ” 

กับ

“รู้ไหมว่าที่ผ่านมาคุณกินไขมันไปเท่าไร?”

ที่เป็นเช่นนี้เพราะการตั้งคำถามจะชวนให้คนฟังคิดตาม และใช้เวลาแม้จะเสี้ยววินาทีหนึ่งในการหาคำตอบนั้น ๆ บ้างก็เป็นการเปิดจินตนาการให้พวกเขาลองคิดถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ 

ซึ่งนั่นก็เพียงพอสำหรับการ “ดึงความสนใจ” มายังตัวคนพูดหรือคอนเทนต์ที่กำลังนำเสนออยู่นั่นเอง

อันที่จริงแล้ว มันเป็นเหมือนเสน่ห์อย่างหนึ่งของมนุษย์เราคือพอเราฟังบทบรรยายนั้นเราก็จะฟังไปเรื่อยๆ อาจจะมีคิดตามบ้างแต่ก็ไม่มากเท่ากับการที่มีคนมาถามคำถามเรา ยิ่งถ้าเป็นคำถามที่เราไม่รู้แล้วก็จะทำให้เรามีความอยากรู้มากขึ้นเป็นธรรมดา (และก็ทำให้เราอยากอ่านต่อนั่นแหละ)

ส่วนที่ว่าทำไมบางครั้งเวิร์คหรือไม่เวิร์คนั้น ก็มาจากว่าคำถามที่ถูกโยนลงไปนั้นเป็นสิ่งที่คนฟังรู้แล้วหรือไม่ หากเป็นสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว หรือเป็นเรื่องที่เขาไม่ให้ความสำคัญ มันก็จะทำให้เขาละความสนใจไปได้โดยเร็ว แต่ถ้าเป็นคำถามที่เขาอาจจะไม่เคยคาดคิด ไม่เคยรู้คำตอบ แถมเป็นเรื่องที่เขาก็ให้ความสำคัญแล้ว มันก็ย่อมทำให้เขาอยากอ่านคอนเทนต์ต่อโดยธรรมชาติ

นั่นจึงเป็นที่มาแหละครับ ว่าทำไมเขาถึงให้พยายามเปลี่ยนคอนเทนต์หรือเรื่องที่คุณอยากเล่า สินค้าที่คุณอยากขาย ให้ไปเป็นการตั้งคำถามเสีย อย่างเช่น

“รู้ไหมว่าโฆษณา Facebook ที่ได้ผลจริงเป็นอย่างไร?”

“สงสัยไหมว่าคนใช้ LINE เก่ง ๆ เขาใช้กันอย่างไร?”

“ทำไมบริษัทใหญ่ๆ ถึงมีคนทำงานไม่เยอะเท่าบริษัทเล็กๆ”

ฯลฯ

เพราะอย่างน้อย ๆ มันก็น่าจะช่วยดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้นั่นแหละครับ