top of page

Tacit Knowledge: ความรู้ที่ต้องทำถึงจะรู้

  • 48 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

ทุกวันนี้เราเข้าถึงความรู้ได้ง่ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อยากเรียนการบริหาร เปิด YouTube อยากเข้าใจการตลาด อ่านหนังสือสักเล่ม อยากพัฒนาการเจรจา ฟัง Podcast จากผู้เชี่ยวชาญไม่กี่ตอน ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เราสามารถอธิบาย Framework ใช้ศัพท์ได้ถูก และเข้าใจหลักการได้มากพอที่จะรู้สึกว่า “รู้เรื่องนี้แล้ว”


แต่ปัญหาคือ การเข้าใจว่าควรทำอะไร ไม่ได้แปลว่าเราจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่ออยู่ในสถานการณ์จริง


ช่องว่างระหว่างสองสิ่งนี้คือสิ่งที่แนวคิดเรื่อง Tacit Knowledge ช่วยอธิบายได้ดี และอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญว่าทำไมคนสองคนที่เรียนเรื่องเดียวกัน อ่านหนังสือเล่มเดียวกัน หรือผ่าน Training เดียวกัน จึงมีความสามารถในการทำงานต่างกันอย่างมาก


🔥 ความรู้ไม่ได้มีเพียงสิ่งที่เราอธิบายออกมาได้


Michael Polanyi นักปรัชญาผู้วางรากฐานแนวคิดเรื่อง Tacit Knowledge เคยเสนอประโยคสำคัญว่า “We know more than we can tell.” หรือมนุษย์รู้มากกว่าสิ่งที่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้


ความรู้ส่วนที่เขียน อธิบาย และส่งต่อได้ค่อนข้างตรงไปตรงมาเรียกว่า Explicit Knowledge เช่น ขั้นตอนการทำงาน Framework สูตร คู่มือ Checklist หรือทฤษฎีต่าง ๆ ความรู้ประเภทนี้เหมาะกับหนังสือ ห้องเรียน วิดีโอ และฐานข้อมูล เพราะมันสามารถแปลงเป็นข้อมูลแล้วส่งจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้


แต่ Tacit Knowledge ต่างออกไป มันคือความรู้เชิงปฏิบัติที่ค่อย ๆ ก่อตัวจากประสบการณ์ การสังเกต Pattern การลองผิดลองถูก และ Feedback จำนวนมาก จนวันหนึ่งเราสามารถตัดสินใจได้โดยอาจอธิบายเหตุผลทั้งหมดออกมาไม่ได้ด้วยซ้ำ


ผู้จัดการที่มีประสบการณ์อาจรู้ว่าทีมกำลังมีปัญหาก่อน Engagement Survey จะบอก Recruiter ที่สัมภาษณ์คนมาหลายร้อยคนอาจจับความไม่สอดคล้องบางอย่างที่ไม่มีใน Competency Rubric ช่างที่อยู่กับเครื่องจักรมาสิบปีอาจได้ยินเสียงผิดปกติเพียงเล็กน้อยแล้วรู้ว่าควรตรวจตรงไหน


สิ่งที่คนเหล่านี้มีไม่ใช่แค่ “ข้อมูลมากกว่า” แต่คือ ความสามารถในการมองเห็นความหมายจากข้อมูลที่คนอื่นมองข้าม


🔥 ดู YouTube จบ ไม่ได้แปลว่า “รู้แล้ว”


ความเข้าใจผิดสำคัญในยุคที่ความรู้หาได้ง่าย คือเรามักเอา ความคุ้นเคยกับความรู้ ไปปะปนกับ ความสามารถในการใช้ความรู้


เราดูคลิปเรื่อง Negotiation แล้วเข้าใจว่าควรถามคำถามปลายเปิด อ่านหนังสือเรื่อง Leadership แล้วรู้ว่าหัวหน้าควรให้ Feedback อย่างไร หรือฟัง Podcast เรื่อง Facilitation แล้วเข้าใจว่าควรสร้าง Psychological Safety ในห้องประชุม


ทั้งหมดนี้มีคุณค่า แต่มันยังเป็นเพียงการเรียนรู้ว่า “หลักการคืออะไร”


สิ่งที่หนังสือหรือวิดีโอส่งให้เราได้ยากกว่ามากคือ เมื่อไรควรถามต่อ เมื่อไรควรหยุดพูด สีหน้าของอีกฝ่ายแบบไหนหมายถึงกำลังต่อต้าน และแบบไหนเพียงกำลังคิด ควร Push อีกนิดหรือถอยก่อน ประโยคเดียวกันควรพูดกับคนสองคนด้วยน้ำเสียงต่างกันอย่างไร


คำตอบของคำถามเหล่านี้แทบไม่มีทางเขียนเป็นกฎตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับบริบท และบริบทมีตัวแปรมากเกินกว่าจะบรรจุลงใน Framework ได้ทั้งหมด


หนังสือจึงสามารถบอกคุณได้ว่าคนเก่ง “คิดอย่างไร” แต่ไม่ได้ทำให้คุณมีประสบการณ์ที่ทำให้เขาคิดแบบนั้น


🔥 Expertise เกิดจากการสะสม Pattern ไม่ใช่แค่การสะสมข้อมูล


ความแตกต่างนี้เห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบคนเริ่มต้นกับผู้เชี่ยวชาญ


มือใหม่มักต้องคิดผ่านกฎ “ถ้าเกิด A ให้ทำ B” เพราะยังไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะมองเห็น Pattern ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเคยเจอสถานการณ์คล้ายกันมาหลายสิบหรือหลายร้อยครั้ง จนเริ่มเห็นรายละเอียดที่คนทั่วไปไม่เห็น


นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนมีประสบการณ์บางครั้งพูดว่า “ผมรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ” แล้วกลับทายถูก


สิ่งที่ดูเหมือน Intuition อาจไม่ได้เป็นการเดาสุ่ม แต่เป็นสมองที่กำลังเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับ Pattern จำนวนมหาศาลที่สะสมไว้จากอดีตอย่างรวดเร็ว


และ Pattern เหล่านี้ไม่สามารถ Download เข้าสมองผ่านการดูคลิปสิบตอน เพราะมันต้องสร้างผ่าน การลงมือทำ - เห็นผลลัพธ์ - ได้ Feedback - ปรับวิธี - แล้วทำซ้ำ


🔥 ปัญหาขององค์กรที่คิดว่า Training เท่ากับ Learning


ความเข้าใจผิดเรื่อง Tacit Knowledge ไม่ได้เกิดเฉพาะกับคน แต่เกิดกับองค์กรด้วย


องค์กรจำนวนมากเชื่อว่าถ้าสร้าง Training Material ดีพอ มี Knowledge Base ครบ มี SOP ละเอียด และบันทึกวิดีโอจาก Senior ไว้ทั้งหมด ความรู้ก็จะสามารถถูกส่งต่อได้


แต่นั่นเป็นจริงเฉพาะกับความรู้ส่วนที่สามารถ Codify ได้


Senior Sales อาจเขียนขั้นตอนการเจรจาได้ แต่เขียนออกมาได้ยากว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าคนนี้กำลังต่อราคาเพราะงบไม่พอ หรือเพียงกำลังทดสอบว่าเราจะยอมลดได้อีกแค่ไหน ผู้บริหารอาจสอน Framework การตัดสินใจได้ แต่ไม่สามารถบันทึกทุกสัญญาณเล็ก ๆ ที่ทำให้เขารู้ว่าเมื่อไรควรรอข้อมูลเพิ่ม และเมื่อไรต้องตัดสินใจทั้งที่ข้อมูลยังไม่ครบ


ดังนั้น เมื่อพนักงานที่มีประสบการณ์ออกจากองค์กร สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่ Information เพราะไฟล์ทั้งหมดอาจยังอยู่ครบแต่สิ่งที่หายไปคือ Judgment


🔥 ถ้า Tacit Knowledge สอนตรง ๆ ไม่ได้ เราจะส่งต่อมันอย่างไร


คำตอบไม่ใช่การเลิกอ่านหนังสือ เลิกดู YouTube หรือเลิกทำ Training เพราะ Explicit Knowledge ยังเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้


แต่เราต้องเลิกคิดว่านั่นคือจุดสิ้นสุดของการเรียนรู้


ถ้าองค์กรต้องการสร้างความสามารถจริง หลังจาก “เรียนรู้หลักการ” คนต้องมีโอกาสนำหลักการนั้นไปเจอสถานการณ์จริง ได้สังเกตผู้เชี่ยวชาญทำงาน ลองตัดสินใจด้วยตัวเอง ทำผิด ได้ Feedback และกลับไปลองใหม่


นี่คือเหตุผลที่ Apprenticeship, Shadowing, Mentoring, Coaching และการทำงานร่วมกับ Senior ยังมีคุณค่า แม้เราจะอยู่ในยุคที่ความรู้แทบทุกอย่างค้นหาได้ภายในไม่กี่วินาที


เพราะสิ่งสำคัญที่ Junior เรียนจาก Senior ไม่ใช่เพียงว่า Senior ทำอะไร


แต่คือการค่อย ๆ เรียนรู้ว่า Senior มองเห็นอะไร จึงตัดสินใจทำสิ่งนั้น


ยิ่งความรู้เข้าถึงง่าย เรายิ่งต้องแยก “รู้” ออกจาก “ทำเป็น”


โลกที่มี YouTube, Podcast, Online Course และ AI ทำให้ต้นทุนในการเข้าถึง Explicit Knowledge ลดลงอย่างมหาศาล นี่เป็นเรื่องดี แต่ก็สร้างภาพลวงตาว่าเมื่อ Information เข้าถึงง่าย Expertise ก็น่าจะสร้างได้ง่ายตามไปด้วย


ความจริงอาจตรงกันข้าม


เมื่อทุกคนเข้าถึง Framework เดียวกัน หนังสือเล่มเดียวกัน และคำตอบเดียวกันได้ สิ่งที่สร้างความแตกต่างมากขึ้นกลับเป็นความสามารถที่ไม่สามารถ Copy & Paste ได้ง่าย ๆ นั่นคือ Judgment, Pattern Recognition และ Tacit Knowledge ที่สะสมจากการลงมือทำจริง


คำถามของการเรียนรู้จึงไม่ควรหยุดอยู่ที่


“ฉันรู้อะไรเพิ่มขึ้นแล้ว?”


แต่อาจต้องถามต่อว่า


“ฉันผ่านประสบการณ์อะไรมามากพอที่จะทำสิ่งนี้ได้จริงหรือยัง?”


เพราะการอ่านเรื่องว่ายน้ำจนเข้าใจ Hydrodynamics ไม่ได้ทำให้เราว่ายน้ำเป็น


และในโลกการทำงาน ความแตกต่างระหว่างคนที่ “อธิบายได้” กับคนที่ “ทำได้” ก็มักอยู่ตรงนั้นเช่นกัน

ความคิดเห็น


Me_Potrait.jpg

Nuttaputch Wongreanthong

An experienced marketer with a passion for understanding and exploring the latest trends

  • Facebook
  • Twitter
  • LinkedIn
  • Instagram

Subscribe

Thanks for submitting!

©2035 by Jeff Sherman. Powered and secured by Wix

bottom of page