top of page

The Great Flattening: เมื่อคุณลบตำแหน่งได้ แต่ลบงานไม่ได้

  • 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

“เราจะลดชั้นการบริหารลง เพื่อให้องค์กรตัดสินใจได้เร็วขึ้น”


นี่อาจเป็นหนึ่งในประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องประชุมผู้บริหารช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในเชิงตรรกะมันฟังดูสมเหตุสมผลมาก ยิ่งองค์กรมีหลายชั้น ข้อมูลยิ่งต้องผ่านหลายคน การตัดสินใจยิ่งช้า และต้นทุนการบริหารก็ยิ่งสูง ดังนั้นถ้าลด Middle Management ลงได้ องค์กรก็น่าจะทั้งเร็วขึ้นและประหยัดขึ้น


กระแสนี้ถูกเรียกว่า The Great Flattening และมันเกิดขึ้นจริงในวงกว้าง ข้อมูลจาก Korn Ferry Workforce 2025 ซึ่งสำรวจคนทำงานประมาณ 15,000 คนทั่วโลก พบว่า 41% บอกว่าองค์กรของตนลดชั้นการบริหารลงแล้ว


แต่คำถามที่น่าสนใจกว่า “เราตัดตำแหน่งอะไรออกได้บ้าง” คือ เมื่อตำแหน่งหายไป งานที่คนเหล่านั้นเคยทำหายไปด้วยหรือไม่?


🔥 เราอาจเข้าใจหน้าที่ของ Middle Management แคบเกินไป


ปัญหาของแนวคิดเรื่อง Flattening ไม่ได้อยู่ที่การลดชั้นองค์กร แต่อยู่ที่สมมติฐานว่า Middle Manager มีหน้าที่หลักเพียง “ส่งข้อมูล” ระหว่างคนข้างบนกับคนข้างล่าง


ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง หลายตำแหน่งก็ควรถูกลด เพราะวันนี้ Dashboard ส่งตัวเลขได้โดยไม่ต้องมีคนรวบรวม ระบบ Workflow กระจายงานได้โดยไม่ต้องมีคนส่งต่อ และ AI สามารถสรุปสถานะโครงการได้เร็วกว่าการประชุมหลายครั้ง


แต่ในชีวิตจริง งานของ Middle Management มีอย่างน้อยสามแบบ คือ Control, Relay และ Translate


Control คือการติดตามและควบคุมงาน ส่วน Relay คือการรับข้อมูลจากจุดหนึ่งแล้วส่งต่อไปอีกจุดหนึ่ง งานสองประเภทนี้จำนวนมากสามารถลดหรือทดแทนด้วยเทคโนโลยีได้


แต่ Translate แตกต่างออกไป เพราะมันไม่ใช่การส่งข้อมูล แต่คือการ ตีความบริบท


เมื่อผู้บริหารบอกว่า “ปีนี้เราต้องให้ความสำคัญกับลูกค้ามากขึ้น” ใครบางคนต้องแปลประโยคนี้ให้กลายเป็นว่า แล้วทีมควรหยุดทำอะไร? ลูกค้ากลุ่มไหนสำคัญกว่า? เคสไหนควรยอมทำข้อยกเว้น? และเมื่อเป้าหมายสองข้อขัดกัน เราควรเลือกอะไร?


ในทิศทางกลับกัน Middle Manager ยังทำหน้าที่แปลสัญญาณจากหน้างานขึ้นไปข้างบนด้วย เช่น ลูกค้ารายนี้บ่นเหมือนรายอื่น แต่ครั้งนี้ควรกังวลเป็นพิเศษ ตัวเลขยอดขายยังดีแต่ทีมเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่าง หรือพนักงานยังไม่ลาออกแต่คนเก่งเริ่มถอนตัวออกจากงาน


และที่น่าห่วงคือสิ่งเหล่านี้มักไม่มีช่องอยู่ใน Dashboard ขององค์กรแต่อย่างใด


🔥 งานที่มองไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มีงานนั้นอยู่


เหตุผลหนึ่งที่ทำให้การ Flatten องค์กรดูคุ้มกว่าความเป็นจริงก็เพราะเราไม่ได้เห็นงานที่ซ่อนอยู่ หากแต่เราวัดจากสิ่งที่ถูก Track และเก็บข้อมูลได้


เงินเดือนของผู้จัดการมองเห็นได้ทันทีในงบการเงิน แต่ “งานแปล” ที่คนเหล่านั้นทำกลับแทบไม่มี KPI ไม่มีบรรทัดใน Job Description และไม่มีใครบันทึกว่าในหนึ่งเดือนผู้จัดการคนหนึ่งช่วยป้องกันการตัดสินใจผิดไปกี่ครั้ง


เมื่อตัดตำแหน่งออก ต้นทุนก้อนแรกจึงหายไปอย่างชัดเจน แต่งานก้อนหลังไม่ได้หายตามไปด้วย


สิ่งที่เกิดขึ้นคือการย้ายที่อยู่ของงาน งานบางส่วนไหลลงไปหาคนหน้างาน ซึ่งตอนนี้ต้องตีความกลยุทธ์ด้วยตัวเอง ทีม A เข้าใจคำว่า “Customer First” แบบหนึ่ง ทีม B เข้าใจอีกแบบหนึ่ง และทีม C เลือกไม่ทำอะไรจนกว่าจะมีคำสั่งชัดเจน


อีกส่วนหนึ่งไหลขึ้นไปหาผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเริ่มต้องตอบคำถามเชิงปฏิบัติการมากขึ้น อนุมัติข้อยกเว้นมากขึ้น และเข้าไปจัดการรายละเอียดที่แต่เดิมไม่ควรขึ้นมาถึงระดับนั้น


องค์กรจึงอาจมีชั้นน้อยลง แต่กลับมีการประชุมมากขึ้น ผู้บริหารเริ่ม Micromanage มากขึ้น และแต่ละทีมตีความทิศทางเดียวกันออกไปคนละทาง


นี่อาจเรียกได้ว่าเป็น กฎการอนุรักษ์งานขององค์กร คุณลบตำแหน่งได้ แต่ถ้างานนั้นยังจำเป็น งานจะไม่หายไป มันเพียงถูกส่งไปให้คนอื่นทำเท่านั้นเอง


🔥 เร็วขึ้น ไม่ได้แปลว่าตรงกันมากขึ้น


ข้อมูลของ Korn Ferry ยิ่งทำให้ประเด็นนี้น่าสนใจขึ้น เพราะในขณะที่ 41% ของคนทำงานบอกว่าองค์กรลดชั้นการบริหารลง 43% บอกว่าผู้นำขององค์กรไม่ได้อยู่ในทิศทางที่สอดคล้องกัน และ 37% บอกว่าการขาดผู้จัดการทำให้พวกเขารู้สึกไร้ทิศทาง


ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าการ Flatten เป็นสาเหตุโดยตรงของปัญหา alignment ทั้งหมด แต่สะท้อนความเสี่ยงสำคัญที่องค์กรต้องจับตา


เพราะ Decision Speed กับ Organizational Alignment เป็นคนละเรื่องกัน


การเอาคนออกจากเส้นทางการอนุมัติอาจทำให้การตัดสินใจเร็วขึ้นจริง แต่ถ้าคนที่ถูกเอาออกเคยทำหน้าที่สร้าง Shared Context ด้วย องค์กรอาจตัดสินใจได้เร็วขึ้นพร้อมกับที่แต่ละทีมกำลังวิ่งไปคนละทิศ


และต้นทุนแบบหลังมองเห็นยากกว่ามาก


เงินเดือนที่ลดลงปรากฏในงบไตรมาสหน้า แต่เวลาที่เสียไปกับการแก้งาน การประชุมเพื่อ Align กันใหม่ การตัดสินใจซ้ำ และ Attention ของผู้บริหารที่ถูกดึงลงมาแก้ปัญหารายวัน ไม่มีบรรทัดชื่อ “Cost of Lost Translation” อยู่ในงบการเงิน


🔥 ต้นทุนอีกก้อนหนึ่งจะปรากฏในอีกหลายปีข้างหน้า


Middle Management ไม่ได้เป็นเพียงกลไกบริหารงานปัจจุบัน แต่ยังเป็น สนามฝึกผู้บริหารในอนาคต


คนที่สามารถบริหารหน่วยธุรกิจขนาดใหญ่ในอีกห้าปีข้างหน้า ไม่ได้เรียนรู้การเป็นผู้นำในวันที่ได้รับตำแหน่ง Head แต่เรียนรู้จากวันนี้ที่ต้องดูแลทีมสิบคน รับมือกับ Conflict จัดลำดับความสำคัญ ตัดสินใจภายใต้ข้อมูลไม่ครบ และเรียนรู้ว่าควร Escalate เรื่องไหนหรือแก้เองเรื่องไหน


ถ้าองค์กรตัดสนามฝึกเหล่านี้ออกจำนวนมาก วันนี้อาจได้โครงสร้างที่ Lean ขึ้น แต่ในอนาคตอาจพบว่าตัวเองไม่มีคนพร้อมรับตำแหน่งระดับสูง และต้องซื้อ Talent จากตลาดในราคาที่แพงกว่าเดิม ความกังวลเรื่องการลด Middle Management กับการทำให้ Leadership Pipeline บางลงกำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นในกระแส Great Flattening เช่นกัน (⁠Forbes)


🔥 ก่อน Flatten องค์กร ลอง Audit สิ่งที่มองไม่เห็น


นี่ไม่ได้หมายความว่าองค์กรไม่ควรลดชั้นการบริหาร หลายองค์กรมี Layer มากเกินไปจริง มีงานส่งต่อข้อมูลที่ไม่สร้างคุณค่า และมี Approval Process ที่ไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรก


แต่ก่อนจะถามว่า “ตำแหน่งนี้จำเป็นหรือไม่?” องค์กรควรถามอีกคำถามว่า


“งานอะไรจะยังต้องเกิดขึ้น หลังจากตำแหน่งนี้หายไป?”


วิธีง่ายที่สุดคือทำ Translation Audit ลองบันทึกหนึ่งเดือนว่าผู้จัดการในชั้นที่กำลังจะถูกตัดตัดสินใจอะไรบ้าง พวกเขาแปลกลยุทธ์เรื่องไหน แก้ความกำกวมอะไร จัดการข้อยกเว้นอะไร และส่งสัญญาณอะไรขึ้นไปข้างบน


จากนั้นระบุให้ชัดว่างานแต่ละอย่างจะไปอยู่กับใครหลังการปรับโครงสร้าง


ถ้าคำตอบคือ “ทีมคงจัดการกันเองได้” หรือ “ผู้บริหารค่อยลงมาดู” นั่นอาจไม่ใช่การกำจัดต้นทุน แต่เป็นเพียง การย้ายต้นทุนไปยังพื้นที่ที่วัดยากกว่าเดิม


The Great Flattening จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นการแข่งขันว่าใครมี Org Chart ที่บางที่สุด


องค์กรแบนที่ดีมีอยู่จริง และอาจทำงานได้เร็วกว่าระบบลำดับชั้นแบบเดิมมาก แต่ยิ่งตัดคนกลางออกมากเท่าไร องค์กรยิ่งต้องลงทุนกับ ความชัดเจนของกลยุทธ์ สิทธิในการตัดสินใจ Shared Context และระบบส่งสัญญาณจากหน้างาน มากขึ้นเท่านั้น


เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่องค์กรสามารถลบออกจาก Org Chart ได้คือตำแหน่ง


แต่งานที่ตำแหน่งนั้นเคยทำ ถ้ามันยังจำเป็น มันจะไปปรากฏอยู่ที่ไหนสักแห่งเสมอ

ความคิดเห็น


Me_Potrait.jpg

Nuttaputch Wongreanthong

An experienced marketer with a passion for understanding and exploring the latest trends

  • Facebook
  • Twitter
  • LinkedIn
  • Instagram

Subscribe

Thanks for submitting!

©2035 by Jeff Sherman. Powered and secured by Wix

bottom of page