Conservative Decision Making - เมื่อการ “ไม่พลาด” สำคัญกว่าการ “ชนะเร็ว”
- 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

วันก่อนผมมีการโค้ชจุดแข็งให้กับน้องที่รู้จักแล้วก็มีคำหนึ่งปรากฎอยู่ในรายงานจุดแข็งที่เราคุยกันซึ่งอาจจะไม่ค่อยคุ้นและทำให้ผู้ถูกโค้ชสงสัยกันอยู่บ่อย ๆ คือ "การตัดสินใจแบบอนุรักษ์นิยม"
พอมีคำว่า "อนุรักษ์นิยม" เลยอาจจะทำให้หลายคนมีภาพในเชิงลบกันอยู่เสียหน่อยแต่เอาจริง ๆ แล้ว "การตัดสินใจแบบอนุรักษ์นิยม" หรือ Conservative Decision Making นั้นก็มีคอนเซปต์ที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย (มันถึงถูกหยิบมาแนะนำในรายงานการพัฒนาจุดแข็งนั่นแหละ) เลยขอหยิบมาอธิบายกันในโพสต์นี้ให้รู้จักกันเสียหน่อยนะครับ
📍แก่นสำคัญ - ปกป้องด้านลบก่อนเพิ่มด้านบวก
การตัดสินใจแบบอนุรักษ์นิยมนั้นอาจจะถูกมองว่าเชื่องช้า ไม่อยากเปลี่ยนแปลง แต่ในความจริงแล้วการตัดสินใจแบบอนุรักษ์นิยมไม่ใช่ความกลัวความเสี่ยง หากคือความเข้าใจเชิงลึกว่าต้นทุนของความผิดพลาดบางประเภทอาจสูงเกินกว่าจะยอมรับได้ โดยการตัดสินในแบบนี้จะให้ความสำคัญกับการป้องกัน Downside Risk (ความเสี่ยงที่จะทำให้แย่ลง) มากกว่าการแสวงหา Upside Potential (ความเป็นไปได้ที่จะดีขึ้น)
องค์กรที่ใช้แนวทางนี้จะตั้งสมมติฐานแบบระมัดระวังไว้ก่อน เช่น
- หากโครงการล้มเหลว ผลกระทบจะเป็นอย่างไร?
- หากตัวเลขคาดการณ์ไม่เป็นไปตามแผน เรามี Buffer เพียงพอหรือไม่?
แทนที่จะตั้งคำถามว่า “จะเติบโตได้เร็วแค่ไหน” พวกเขาถามว่า “อะไรคือความเสียหายสูงสุดที่เรารับได้”
ผลลัพธ์คือการที่องค์กรจะยอมแลกต้นทุนบางอย่าง เช่น ความล่าช้า การตรวจสอบซ้ำ หรือกำไรระยะสั้นที่น้อยลง เพื่อความมั่นคงในระยะยาว
📍พฤติกรรมที่สะท้อนแนวคิดแบบ Conservative
ถ้าจะพูดถึงพฤติกรรมการตัดสินใจแบบนี้แล้วนั้น เราก็จะเห็นวิธีการคิดตัดสินใจในลักษณะสำคัญ ๆ ได้แก่
1. คิดแบบ “What if?” อย่างเป็นระบบ - โดยพวกเขาจะจินตนาการถึง Failure Modes ล่วงหน้า ไม่ใช่เพื่อมองโลกในแง่ร้าย แต่เพื่อออกแบบระบบให้รองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้
2. หยุดเมื่อความไม่แน่นอนสูง - โดยหากข้อมูลยังไม่ชัดเจน พวกเขาจะชะลอการตัดสินใจ เก็บข้อมูลเพิ่ม หรือถอยกลับสู่สถานะที่ปลอดภัย แทนที่จะเดินหน้าด้วยความหวัง
3. ไม่พึ่งสัญชาตญาณคนเดียวในเรื่องสำคัญ - โดยเมื่อความเสี่ยงสูง การขอความเห็นผู้เชี่ยวชาญหรือใช้กระบวนการกลั่นกรองหลายชั้นถือเป็นมาตรฐาน ไม่ใช่ความล่าช้า
4. สร้าง “Margin of Safety” - ไม่ว่าจะเป็นเงินสดสำรอง กำลังการผลิต หรือโครงสร้างต้นทุน พวกเขาจะไม่ใช้ทรัพยากรจนสุดเพดาน
เมื่อเข้าใจแบบนี้แล้วจะเห็นได้ว่าการตัดสินใจแบบอนุรักษ์นิยมนั้น ไม่ใช่ความกลัวความเสี่ยง
แต่มันคือการเข้าใจว่า บางความเสี่ยงมีลักษณะไม่สมมาตร (Asymmetric Risk) กล่าวคือเราอาจขาดทุนได้มากกว่าที่ได้กำไร เราอาจะสูญเสียมากกว่าประโยชน์ที่ได้จากการเปลี่ยนแปลง และนั่นทำให้เราจะต้องระวังเพื่อให้ "อยู่รอดปลอดภัย" มากกว่า "เติบโตอย่างรวดเร็ว" นั่นเองล่ะครับ




ความคิดเห็น