top of page

Department of One - โมเดลออฟฟิศที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

วันก่อนผมนั่งคุยกับผู้เรียนคนหนึ่งที่ทำงานเป็นคนเดียวในแผนก เดิมทีเขามักบ่นว่างานหนักและรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะไม่มีทีมคอยแบ่งเบา แต่หลังจากที่เราแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโลกธุรกิจในยุค AI เขากลับมองสถานการณ์ของตัวเองต่างออกไป เขาเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า การเป็นคนเดียวที่ดูแลทั้งฟังก์ชัน อาจทำให้เขา “มั่นคง” มากกว่าการมีทีมเสียอีก เพราะบทบาทของเขากลายเป็นแกนหลักที่องค์กรขาดไม่ได้ ความคิดนี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในแวดวงธุรกิจ นั่นคือแนวคิด Department of One


ในอดีต “หนึ่งแผนก หนึ่งทีม” คือภาพปกติขององค์กร เรามีทีม HR ทีมการตลาด ทีม L&D ทีมวิเคราะห์ข้อมูล โครงสร้างถูกออกแบบบนสมมติฐานว่าปริมาณงานต้องกระจายผ่านจำนวนคน แต่เมื่อเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำงาน สมมติฐานนี้เริ่มสั่นคลอน Department of One จึงหมายถึงคนหนึ่งคนที่รับผิดชอบทั้งฟังก์ชัน โดยมี AI เป็นแรงทวีศักยภาพ ทำให้สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ในระดับที่เคยต้องใช้ทีมขนาดเล็ก


หากมองให้ลึกลงไป เราจะเห็นว่าคำว่า “แผนก” ในอดีตหมายถึงการแบ่งงานกันทำ งานเอกสาร งานวิเคราะห์ งานประสานงาน งานผลิตเนื้อหา แต่ในโมเดล Department of One งานเชิงปฏิบัติการจำนวนมากสามารถถูกย้ายไปอยู่ในระบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การร่างเอกสาร สรุปรายงาน สร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น สิ่งที่เปลี่ยนจึงไม่ใช่แค่จำนวนคน แต่คือธรรมชาติของงาน


บทบาทของมนุษย์ขยับจาก “ผู้ปฏิบัติการ” ไปสู่ “ผู้ออกแบบระบบ” คุณค่าไม่ได้วัดจากความเร็วในการทำงานย่อย ๆ อีกต่อไป แต่ถูกวัดจากความสามารถในการวางโครงสร้าง ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และจัดลำดับความสำคัญอย่างแม่นยำ หลายฟังก์ชันจึงอาจลดภาระงานปฏิบัติการลง และเพิ่มน้ำหนักไปที่การคิดเชิงกลยุทธ์และการควบคุมคุณภาพผ่านเครื่องมือ AI


อย่างไรก็ตาม หากมอง Department of One เพียงมุมของการลดต้นทุน องค์กรอาจพลาดประเด็นสำคัญ แก่นแท้ของโมเดลนี้คือความคล่องตัวเชิงกลยุทธ์ โครงสร้างที่บางลงช่วยให้องค์กรทดลองแนวคิดใหม่ได้เร็ว เปิดฟังก์ชันใหม่โดยไม่ต้องตั้งทีมเต็มรูปแบบ และปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลา ในโลกธุรกิจที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นสภาวะปกติ ความยืดหยุ่นจึงมีคุณค่ามากกว่าขนาด


กระนั้น Department of One ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ “ลดคนแล้วเพิ่มภาระ” หากองค์กรตีความว่า AI ทำให้คนหนึ่งคนควรทำทุกอย่างได้โดยไม่มีขอบเขต ความเสี่ยงเรื่อง burnout และคุณภาพงานจะเกิดขึ้นทันที อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง หากความรู้และความเข้าใจทั้งฟังก์ชันกระจุกอยู่ที่บุคคลเดียว องค์กรจะเปราะบางเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลากร


ดังนั้น Department of One ที่ยั่งยืนต้องมาพร้อมระบบบันทึกความรู้ มาตรฐานงานที่ชัดเจน และ governance ที่รัดกุม ผู้นำจึงควรถามคำถามเชิงออกแบบมากกว่าคำถามเชิงประหยัดต้นทุน เช่น ฟังก์ชันใดเหมาะกับการทดลองโมเดลนี้ เรามีเครื่องมือและโครงสร้างกำกับดูแลเพียงพอหรือไม่ และเรากำลังพัฒนาคนให้มีทักษะคิดเชิงระบบมากพอจะรับบทบาทใหม่นี้หรือยัง


Department of One ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกองค์กร แต่เป็นหนึ่งในฉากทัศน์ที่ควรถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพราะในยุคที่เทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นตัวคูณศักยภาพ องค์กรที่ออกแบบโครงสร้างอย่างตั้งใจและยืดหยุ่น จะได้เปรียบมากกว่าการขยายทีมโดยอัตโนมัติ

ความคิดเห็น


Me_Potrait.jpg

Nuttaputch Wongreanthong

An experienced marketer with a passion for understanding and exploring the latest trends

  • Facebook
  • Twitter
  • LinkedIn
  • Instagram

Subscribe

Thanks for submitting!

©2035 by Jeff Sherman. Powered and secured by Wix

bottom of page