top of page

ปัญหาไม่ใช่ “ความสนิท” ในที่ทำงาน แต่คือเราไม่รู้ว่าควรสนิทกันตรงไหน

  • 38 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

“อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน” เป็นหลักคิดที่ฟังดูสมเหตุสมผล เพราะองค์กรต้องการให้คนตัดสินใจจากผลงาน เหตุผล และความเป็นธรรม มากกว่าความชอบส่วนตัว ยิ่งคนสนิทกันมากเท่าไร ความเกรงใจ อคติ และระบบพวกพ้องก็ยิ่งมีโอกาสเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจ


แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราเดินจากหลักคิดนี้ไปไกลเกินไป จนเชื่อว่า ความเป็นมืออาชีพหมายถึงการแยกความสัมพันธ์ออกจากงานให้มากที่สุด เพราะในองค์กรที่ผลงานเกิดจากความรู้ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกัน ความสัมพันธ์ไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนตัว แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของความไว้ใจ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการเรียนรู้


คำถามที่องค์กรควรถามจึงไม่ใช่ “พนักงานควรสนิทกันหรือไม่” แต่คือ ความสัมพันธ์ควรมีอิทธิพลต่อเรื่องใด และเรื่องใดที่เราต้องป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์เข้ามามีอิทธิพล


ความสัมพันธ์คือช่องทางที่ “ความจริง” เดินทาง


ข้อมูลสำคัญในองค์กรไม่ได้เดินทางผ่าน Dashboard รายงาน หรือการประชุมอย่างเป็นทางการเท่านั้น หลายครั้งสัญญาณแรกของปัญหาเกิดขึ้นจากบทสนทนาง่าย ๆ ระหว่างคนที่ไว้ใจกัน เช่น “ผมคิดว่าโปรเจกต์นี้เริ่มมีปัญหา” “ลูกค้าน่าจะไม่พอใจ” หรือ “ผมไม่แน่ใจว่าเรากำลังตัดสินใจถูก”


คนพูดสิ่งเหล่านี้ได้เร็วขึ้นเมื่อเชื่อว่าอีกฝ่ายจะรับฟังโดยไม่รีบตัดสิน ความสัมพันธ์จึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะทำให้ที่ทำงานอบอุ่น แต่เพราะมันช่วยลดต้นทุนของการพูดความจริง ยอมรับความผิดพลาด และขอความช่วยเหลือ


องค์กรที่พยายามทำให้ทุกความสัมพันธ์เป็นเพียงเรื่องงานจึงอาจได้สิ่งที่ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น แต่ต้องแลกกับต้นทุนที่มองไม่เห็น นั่นคือ ข้อมูลที่เดินทางช้าลง ปัญหาที่ถูกเปิดเผยช้าลง และการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นช้าลง


ปัญหาขององค์กรไทยไม่ใช่ความห่างเหิน แต่คือ “ความเกรงใจ”


อย่างไรก็ตาม หากนำแนวคิดนี้มาใช้กับบริบทไทยตรง ๆ เราอาจวินิจฉัยปัญหาผิด เพราะองค์กรไทยจำนวนมากไม่ได้ขาดความสัมพันธ์เลย หลายทีมสนิทกันมาก กินข้าวด้วยกัน รู้เรื่องครอบครัวกัน และทำงานด้วยกันมานานจนความสัมพันธ์เลยขอบเขตของเพื่อนร่วมงานไปแล้ว


แต่ความสนิทไม่ได้หมายความว่าจะมีการพูดความจริงมากขึ้นเสมอไป ในบางทีมกลับเกิดสิ่งตรงกันข้าม ยิ่งสนิทก็ยิ่งเกรงใจ ยิ่งรู้จักกันนานก็ยิ่งไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเสียหน้า งานไม่ดีก็พูดให้นุ่มลง ความเห็นไม่ตรงก็เลือกเงียบ หรือเมื่อผลงานของใครบางคนไม่ถึงมาตรฐาน ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครอยากเป็นคนพูด


ความสัมพันธ์จึงสามารถสร้าง Trust ได้ แต่ก็สามารถสร้าง Social Cost ของการพูดความจริง ได้เช่นกัน


นี่คือเหตุผลที่ทีมหนึ่งอาจมีความสัมพันธ์ดีในความหมายของ “อยู่ด้วยกันอย่างสบายใจ” แต่กลับมี Psychological Safety ต่ำในความหมายของ “กล้าพูดสิ่งที่คนอื่นอาจไม่อยากได้ยิน”


แยกเรื่องที่ต้องการ Trust ออกจากเรื่องที่ต้องการ Fairness


ทางออกจึงไม่ใช่การลดความสนิท แต่คือการออกแบบ Boundary ของความสัมพันธ์ให้ชัดเจน


เรื่องบางประเภทควรเปิดให้ความสัมพันธ์ทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องการ Trust เช่น การแลกเปลี่ยนความรู้ การขอความช่วยเหลือ การยอมรับความผิดพลาด การให้ Feedback และการเรียนรู้ร่วมกัน ในพื้นที่เหล่านี้ ความใกล้ชิดเป็น Asset เพราะช่วยให้ข้อมูลไหลเร็วขึ้นและทำให้คนกล้าเปิดเผยสิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์


แต่มีอีกหลายเรื่องที่ต้องการ Fairness มากกว่า Trust เช่น การประเมินผลงาน การเลื่อนตำแหน่ง การขึ้นเงินเดือน การจัดสรรงบประมาณ หรือการเลือกคู่ค้า เรื่องเหล่านี้ต้องมีกติกา เกณฑ์ และกระบวนการที่ชัดเจน เพื่อให้ความสัมพันธ์ส่วนตัวมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ให้น้อยที่สุด


ดังนั้น Professionalism ไม่ได้หมายถึงการไม่มีความสัมพันธ์ แต่หมายถึงการรู้ว่าเมื่อไรความสัมพันธ์ควรช่วยให้เราตัดสินใจดีขึ้น และเมื่อไรเราต้องสร้างระบบเพื่อป้องกันไม่ให้มันบิดเบือนการตัดสินใจ


ความสัมพันธ์ที่ดีต้องทำให้การพูดตรงง่ายขึ้น


สำหรับหัวหน้า วิธีประเมินคุณภาพของความสัมพันธ์ในทีมอาจไม่ใช่การถามว่า “ทีมเราสนิทกันแค่ไหน” แต่ควรถามว่า เมื่อคนสนิทกันมากขึ้น พวกเขาพูดความจริงกันได้มากขึ้นหรือไม่


หากคนที่ทำงานร่วมกันมาห้าปีกล้าพูดว่า “ผมไม่เห็นด้วย” ได้ง่ายกว่าตอนทำงานร่วมกันห้าเดือน ความสัมพันธ์นั้นกำลังสร้าง Trust แต่หากยิ่งรู้จักกันนาน ยิ่งมีเรื่องที่พูดไม่ได้ ความสัมพันธ์นั้นอาจกำลังสะสมความเกรงใจมากกว่าความไว้ใจ


องค์กรจึงไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการเป็น “ทีมที่สนิทกัน” กับ “ทีมที่เป็นมืออาชีพ” สิ่งที่ต้องสร้างพร้อมกันคือ Relationship ที่แข็งแรงพอให้คนพูดความจริง และ Boundary ที่แข็งแรงพอไม่ให้ความสัมพันธ์บิดเบือนความเป็นธรรม


เพราะท้ายที่สุด ปัญหาอาจไม่ใช่ว่าเราเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงานมากเกินไป แต่คือ เราไม่เคยตกลงกันให้ชัดว่า ความสัมพันธ์ควรเข้ามาช่วยงานตรงไหน — และควรหยุดอยู่ตรงไหน

ความคิดเห็น


Me_Potrait.jpg

Nuttaputch Wongreanthong

An experienced marketer with a passion for understanding and exploring the latest trends

  • Facebook
  • Twitter
  • LinkedIn
  • Instagram

Subscribe

Thanks for submitting!

©2035 by Jeff Sherman. Powered and secured by Wix

bottom of page