4 เรื่องที่ผู้นำ HR ทั่วโลกกำลังโฟกัสในปี 2026
- 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในทุกระดับขององค์กร ขณะที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทำให้องค์กรต้องปรับตัวตลอดเวลา ในบริบทเช่นนี้ บทบาทของฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลคนอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางขององค์กร
ข้อมูลจากการสำรวจของ Gartner กับ CHRO (Chief Human Resources Officer) จำนวน 426 คน จาก 23 อุตสาหกรรม และ 4 ภูมิภาคทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำ HR กำลังให้ความสำคัญกับ 4 ประเด็นหลักที่จะกำหนดอนาคตขององค์กรในปี 2026 ดังต่อไปนี้
1. การใช้ AI เพื่อปฏิวัติการทำงานของ HR
AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใหม่ แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำงานในองค์กรยุคใหม่ สิ่งที่ CHRO ต้องทำจึงไม่ใช่แค่ทดลองใช้ AI แต่ต้องวาง กลยุทธ์ AI สำหรับ HR อย่างจริงจังและชัดเจน
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการปรับ HR Operating Model หรือรูปแบบการทำงานของฝ่าย HR ให้สอดคล้องกับโลกที่ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงาน ตั้งแต่การสรรหาพนักงาน การวิเคราะห์ข้อมูลบุคลากร ไปจนถึงการพัฒนาคนในองค์กร
การสำรวจชี้ว่า การปรับโมเดลการทำงานของ HR ให้รองรับ AI สามารถสร้าง Productivity Gain ได้สูงถึง 29% ซึ่งหมายความว่า HR จะไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุนอีกต่อไป แต่เป็นตัวขับเคลื่อนประสิทธิภาพของทั้งองค์กร
2. การออกแบบงานใหม่ในยุคที่คนและเครื่องจักรทำงานร่วมกัน
ในอดีต การวางกลยุทธ์บุคลากรมักหมายถึงการวางแผนกำลังคน แต่ในยุคของ AI คำถามสำคัญเปลี่ยนไปเป็น “งานนี้ควรให้คนทำ หรือให้ AI ทำ”
ด้วยเหตุนี้ CHRO ในปัจจุบันจึงต้องพัฒนากลยุทธ์ที่เรียกว่า “Now–Next Talent Strategy” ซึ่งมองทั้งความต้องการขององค์กรในปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงของงานในอนาคตโดยองค์กรจำเป็นต้องเตรียมตัวสำหรับสถานการณ์หลากหลาย เช่น
- งานที่ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของมนุษย์
- งานที่ AI เข้ามาทดแทนบางขั้นตอน
- งานรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างคนและเทคโนโลยี
องค์กรที่สามารถออกแบบการทำงานแบบ Human–Machine Collaboration ได้อย่างเหมาะสม จะมีความได้เปรียบอย่างมากในอนาคตของโลกการทำงาน
3. การทำให้ผู้นำสามารถ “ทำให้การเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเรื่องปกติ”
องค์กรจำนวนมากมีผู้นำที่เก่งในการสร้างแรงบันดาลใจ แต่สิ่งที่โลกธุรกิจต้องการมากขึ้นในวันนี้คือผู้นำที่สามารถ ทำให้การเปลี่ยนแปลงกลายเป็นกิจวัตรขององค์กร
แทนที่จะมองการเปลี่ยนแปลงเป็นโครงการใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ผู้นำต้องทำให้ทีมคุ้นเคยกับการทดลอง ปรับตัว และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง แล้วเมื่อการเปลี่ยนแปลงกลายเป็น “สัญชาตญาณของการทำงาน” โอกาสที่การเปลี่ยนแปลงจะถูกยอมรับและเกิดผลจริงจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นั่นหมายความว่าหน้าที่สำคัญของ HR ไม่ใช่แค่การพัฒนาผู้นำให้เก่งขึ้น แต่ต้องช่วยสร้าง ผู้นำที่สามารถทำให้ทั้งองค์กรเคลื่อนตัวได้ตลอดเวลา
4. การแก้ปัญหา “วัฒนธรรมองค์กรที่ค่อย ๆ เสื่อมถอย”
หลายองค์กรมีค่านิยมองค์กรที่เขียนไว้อย่างสวยงาม แต่ในชีวิตการทำงานจริงกลับแทบไม่ปรากฏให้เห็น ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า Culture Atrophy หรือการที่วัฒนธรรมองค์กรค่อย ๆ เสื่อมลงเมื่อเวลาผ่านไป
CHRO จึงต้องทำให้วัฒนธรรมองค์กรไม่ได้อยู่แค่ในเอกสารหรือสโลแกน แต่ต้อง ฝังอยู่ในวิธีการทำงานประจำวันของพนักงาน ตัวอย่างเช่น
- วิธีการตัดสินใจ
- วิธีการให้ Feedback
- วิธีการประเมินผลงาน
- วิธีการให้รางวัล
การสำรวจนี้ยังอีกพบว่าองค์กรที่สามารถทำให้วัฒนธรรมองค์กรกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานจริงได้ สามารถเพิ่ม ประสิทธิภาพของพนักงานได้สูงถึง 34%
HR กำลังกลายเป็นสถาปนิกของอนาคตองค์กร
หากมองทั้ง 4 ประเด็นนี้ร่วมกัน จะเห็นว่า HR ในยุคใหม่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงดูแลบุคลากร แต่กำลังทำหน้าที่สำคัญสามอย่างพร้อมกันคือ
- ออกแบบระบบการทำงานร่วมกับ AI
- เตรียมองค์กรให้พร้อมกับอนาคตของงาน
- สร้างผู้นำและวัฒนธรรมที่ทำให้องค์กรปรับตัวได้ตลอดเวลา
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ HR กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก ผู้บริหารทรัพยากรบุคคล ไปเป็น สถาปนิกขององค์กรในอนาคต
และในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน องค์กรที่ชนะอาจไม่ใช่องค์กรที่มี AI ที่ดีที่สุด แต่อาจเป็นองค์กรที่ ออกแบบ “ระบบคน + เทคโนโลยี” ได้ดีที่สุดต่างหาก




ความคิดเห็น