top of page

เมื่อทุกทางเลือกมีคนผิดหวัง นี่คือความยากของการเป็นหัวหน้า

  • 3 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

เวลาเราพูดถึงหัวหน้าที่ดี เรามักมีภาพในใจค่อนข้างชัด


ต้องรับฟังลูกน้อง ต้องปกป้องทีม ต้องกระจายงานอย่างยุติธรรม ต้องให้ Feedback ต้องพัฒนาคน ต้องไม่ Micromanage ต้องตัดสินใจเด็ดขาด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดพื้นที่ให้ทีมมีส่วนร่วม และเหนือสิ่งอื่นใด ต้องทำให้ผลงานของทีมออกมาตามเป้าหมาย


แต่ปัญหาคือ หลายข้อในรายการนี้ไม่ได้ไปด้วยกันเสมอ


บางครั้งการรักษา Deadline หมายถึงต้องเพิ่มภาระให้ทีม บางครั้งการกระจายงานอย่างเท่าเทียมอาจหมายถึงการไม่ส่งงานสำคัญที่สุดให้คนที่ทำได้ดีที่สุด บางครั้งการปกป้องลูกน้องจากแรงกดดันก็อาจทำให้หัวหน้าต้องรับแรงกดดันนั้นไว้เอง และบางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับองค์กร ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกน้องทุกคนพอใจ


นี่คือด้านหนึ่งของงานบริหารที่เราอาจพูดถึงกันน้อยเกินไป


หัวหน้าไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ทุกคนได้สิ่งที่ต้องการ แต่มีหน้าที่จัดการสิ่งที่ทุกคนต้องการ ภายใต้ทรัพยากรที่ไม่มีวันเพียงพอ


🔥 หัวหน้าอาจเป็นคนรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้


ความยากของตำแหน่งบริหารคือ Accountability มักมีขนาดใหญ่กว่า Authority


หัวหน้าอาจถูกถามว่าทำไมทีมถึงลาออก ทำไม Engagement ต่ำ ทำไมงานล่าช้า ทำไมลูกค้าไม่พอใจ หรือทำไมยอดขายไม่ถึงเป้า แต่สาเหตุของปัญหาเหล่านี้จำนวนไม่น้อยอาจอยู่ในสิ่งที่เขาไม่ได้เป็นคนกำหนด


งบประมาณอาจถูกตัดจากข้างบน จำนวนคนอาจถูก Freeze ระบบที่ใช้ทำงานอาจล้าสมัย เป้าหมายอาจถูกเพิ่มกลางปี หรือนโยบายบางอย่างอาจถูกตัดสินใจโดยผู้บริหารระดับสูงกว่านั้นหลายชั้น


งานวิจัยเกี่ยวกับภาระของผู้จัดการสะท้อนภาพคล้ายกันว่า งานบริหารไม่ได้ประกอบด้วยการ “บริหารคน” อย่างเดียว แต่เป็นการรับมือกับโปรเจกต์ การประชุม การสื่อสาร งานเร่งด่วน และความคาดหวังต่อผลงานขององค์กรที่เข้ามาซ้อนกันตลอดเวลา


หัวหน้าจึงอาจเป็นคนที่ต้องตอบคำถาม ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนเลือกคำตอบตั้งแต่แรก


🔥 สิ่งที่ลูกน้องต้องการ กับสิ่งที่องค์กรต้องการ ไม่ได้ตรงกันเสมอ


ลองนึกถึงสถานการณ์ง่าย ๆ


องค์กรต้องการลดต้นทุน แต่ทีมต้องการคนเพิ่ม ลูกน้องอยากมี Work-Life Balance แต่ลูกค้าต้องการให้งานเสร็จเร็วขึ้น คนเก่งอยากได้งานท้าทาย แต่ทีมก็ต้องการให้หัวหน้ากระจายโอกาสอย่างเท่าเทียม ผู้บริหารอยากให้ทีมทดลองสิ่งใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเห็นความผิดพลาด


หัวหน้าอยู่ตรงกลางของความต้องการเหล่านี้


และหลายครั้งไม่มีคำตอบที่ทำให้ทุกฝ่ายชนะพร้อมกัน


นี่คือเหตุผลที่การตัดสินใจของหัวหน้าบางอย่างอาจดู “ไม่แฟร์” เมื่อมองจากมุมของคนคนเดียว แต่สมเหตุสมผลขึ้นเมื่อเห็นข้อจำกัดทั้งหมดที่หัวหน้ากำลังถืออยู่


แน่นอนว่านั่นไม่ได้แปลว่าทุกการตัดสินใจของหัวหน้าถูกต้อง เพียงแต่การตัดสินใจที่ทำให้เราไม่พอใจ กับการตัดสินใจที่ไม่ดี เป็นคนละเรื่องกัน


🔥 การบริหารจำนวนมากคือการเลือกว่าจะเสียอะไร


เราอาจคุ้นกับการมองผู้บริหารผ่านคุณภาพของ “คำตอบ” แต่ในโลกจริง งานบริหารจำนวนมากคือการเลือก Trade-off


ถ้ารับโปรเจกต์นี้ ทีมอาจเหนื่อยขึ้น แต่ถ้าไม่รับ รายได้อาจหาย ถ้าให้คนเก่งที่สุดทำ งานมีโอกาสสำเร็จสูง แต่คนนั้นก็อาจ Overload ถ้าแบ่งงานให้คนอื่น ทีมได้พัฒนาคนเพิ่ม แต่ความเสี่ยงของโปรเจกต์ก็สูงขึ้น ถ้าบอกความจริงทุกอย่างกับทีม อาจสร้างความกังวล แต่ถ้ารอให้สถานการณ์ชัดเจน ก็อาจถูกมองว่าไม่โปร่งใส


ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่มีทางเลือกไหนไม่มีต้นทุน


หน้าที่ของหัวหน้าจึงไม่ใช่การหาคำตอบที่ไม่มีใครเสียประโยชน์ เพราะคำตอบแบบนั้นอาจไม่มีอยู่จริง แต่คือการเลือกว่าต้นทุนแบบไหนยอมรับได้มากที่สุด และรับผิดชอบต่อผลของทางเลือกนั้น


ปัญหาคือ คนแต่ละคนมักมองเห็นชัดที่สุดเฉพาะ “ต้นทุนที่ตกกับตัวเอง”


ลูกน้องเห็นว่าตัวเองได้งานเพิ่ม แต่อาจไม่เห็นว่าหัวหน้าปฏิเสธงานไปแล้วสามชิ้น ลูกน้องเห็นว่าไม่ได้ขึ้นเงินเดือนตามที่หวัง แต่อาจไม่รู้ว่างบทั้งทีมถูกกำหนดมาเท่าไร หรือเห็นว่าหัวหน้าเปลี่ยน Priority อีกแล้ว โดยไม่เห็นว่าลูกค้าหรือผู้บริหารเพิ่งเปลี่ยนเงื่อนไขเมื่อเช้า


หัวหน้าจึงเป็นตำแหน่งที่ถูกประเมินจากผลลัพธ์ของการตัดสินใจ โดยที่คนประเมินมักมองไม่เห็นชุดข้อจำกัดที่ใช้ตัดสินใจนั้น


🔥 แต่ “เห็นใจ” ไม่ได้แปลว่า “ยกเว้นความรับผิดชอบ”


อย่างไรก็ตาม การบอกว่าหัวหน้าก็มีข้อจำกัด ไม่ควรกลายเป็นข้ออ้างสำหรับการบริหารที่แย่


ความกดดันไม่ได้ให้สิทธิใครในการดูถูกลูกน้อง โยนความผิด เลือกที่รักมักที่ชัง ปิดบังข้อมูล หรือส่งต่อแรงกดดันทั้งหมดลงไปข้างล่าง


ความแตกต่างสำคัญอยู่ตรงนี้


🔥 หัวหน้าที่ดีอาจไม่สามารถแก้ทุกข้อจำกัดได้ แต่ต้องบริหารข้อจำกัดเหล่านั้นอย่างรับผิดชอบ


ถ้าคนไม่พอ เขาอาจเพิ่มคนไม่ได้ แต่ควรช่วยตัด Priority ถ้างบไม่มี เขาอาจขึ้นเงินเดือนให้ไม่ได้ แต่ควรอธิบายอย่างตรงไปตรงมา ถ้าผู้บริหารสั่งสิ่งที่ทีมไม่ชอบ เขาอาจเปลี่ยนคำสั่งไม่ได้ แต่ยังเลือกได้ว่าจะสื่อสารอย่างไร ปกป้องทีมตรงไหน และส่ง Feedback กลับขึ้นไปอย่างไร


ดังนั้น เราสามารถเห็นใจหัวหน้า และยังคาดหวังความเป็นผู้นำจากเขาได้พร้อมกัน


สองอย่างนี้ไม่ได้ขัดแย้งกัน


ก่อนสรุปว่า “หัวหน้าไม่ดี” ลองถามว่าเขาเลือกอะไรได้จริงบ้าง


ในองค์กร เรามักมองความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องราวกับว่าฝ่ายหนึ่งมีอำนาจและอีกฝ่ายเป็นผู้รับผลของอำนาจนั้น


แต่ในความเป็นจริง หัวหน้าจำนวนมากก็เป็นลูกน้องของใครอีกคนหนึ่ง


เขามี KPI มีงบประมาณ มี Deadline มีนโยบาย มีลูกค้า และมีคำสั่งที่ไม่ได้เป็นคนออก เช่นเดียวกับที่คนในทีมมีข้อจำกัดของตัวเอง


เพราะฉะนั้น ก่อนจะตัดสินการบริหารจากคำถามว่า


“ทำไมหัวหน้าไม่ทำในสิ่งที่ทีมต้องการ?”


บางครั้งอาจต้องเพิ่มอีกคำถามว่า


“ในสถานการณ์นี้ หัวหน้ามีอะไรให้เลือกจริง ๆ บ้าง?”


คำถามหลังไม่ได้ทำให้การบริหารที่ผิดกลายเป็นถูก แต่มันช่วยให้เราแยกออกระหว่าง หัวหน้าที่บริหารไม่ดี กับ หัวหน้าที่กำลังพยายามบริหารสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกไหนดีทั้งหมด


เพราะท้ายที่สุดแล้ว งานของหัวหน้าอาจไม่ใช่การทำให้ทุกคนพอใจ


แต่คือการตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดที่ไม่สมบูรณ์ พยายามให้ทีมและองค์กรเดินต่อไปได้ และยอมรับว่าในทุกการตัดสินใจนั้น อาจมีใครบางคนที่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการเสมอ


บางครั้งคนนั้นคือลูกน้อง


และบางครั้งก็คือหัวหน้าเอง

ความคิดเห็น


Me_Potrait.jpg

Nuttaputch Wongreanthong

An experienced marketer with a passion for understanding and exploring the latest trends

  • Facebook
  • Twitter
  • LinkedIn
  • Instagram

Subscribe

Thanks for submitting!

©2035 by Jeff Sherman. Powered and secured by Wix

bottom of page