ทำไม ‘เสียงในหัว’ ถึงมีอำนาจเหนือตัวเรามากกว่าคำวิจารณ์จากคนอื่น
- Nuttaputch Wongreanthong
- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

"แม้ว่าจะไม่มีคนอื่นวิจารณ์ แต่เสียงวิจารณ์ที่อาจจะน่ากลัวกว่าคือเสียงในหัวของเรา"
นั่นเป็นสิ่งที่ผมมักจะแชร์กับผู้เรียนเวลาพูดถึง Growth Mindset เสมอเพราะแม้หลายออฟฟิศจะพูดว่า "เปิดกว้างทางความคิด" แต่เราก็พบว่าหลายคนก็ไม่ได้เลือกที่จะแสดงความคิดเห็นออกมา เพราะพวกเขากำลังเจอสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจและศักยภาพของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
และพอเสียงนี้ไม่ได้ออกมาจากคนอื่น แต่มาจากตัวเองจนดูเป็นความคิดของเราเอง มันเลยมีพลังมากกว่าแถมทำให้เราเชื่อได้แทบจะอัตโนมัติ
📍เสียงที่ปลอมเป็นตัวเรา
ถ้าเป็นคำวิจารณ์จากคนอื่น เราจะสามารถตั้งระยะห่างได้โดยธรรมชาติ เราจะสามารถประเมินเจตนา บริบท และความน่าเชื่อถือของผู้พูดจนสามารถคัดกรองเสียงวิจารณ์นั้นได้ แต่กับเสียงในหัวของเรานั้นกลับไม่ได้เปิดโอกาสแบบเดียวกันเพราะมันจะเป็นเสียงที่เราคุ้นเคย
เมื่อเสียงนั้นบดอกว่า "ฉันยังไม่พร้อมเสนอไอเดียนี้" หรือ "ฉันยังไม่พร้อมกับความรับผิดชอบนี้" สมองของเราก็จะมีแนวโน้มรับมันเป็นข้อเท็จจริงมากกว่าความคิดเห็น และนั่นจะเป็นจุดที่หลายคนหยุดตัวเอง ไม่ก้าวต่อ ทั้งที่โลกภายนอกไม่มีใครห้าม
📍เสียงในหัวพูดก่อนที่ใครจะพูด
อีกจุดหนึ่งที่เสียงในหัวทำงานได้อย่างน่ากลัวคือ "จังหวะเวลา" ที่มันสามารถเข้ามาได้ตอนที่เราจะทำอะไรสักอย่าง เช่น
ก่อนจะยกมือในที่ประชุม
ก่อนส่งงานให้หัวหน้าดู
ก่อนสมัครตำแหน่งใหม่
ก่อนเสนอความคิดที่แตกต่าง
ขณะที่เสียงวิจารณ์จากคนอื่นจะมาหลังจากการกระทำ และนั่นทำให้เสียงในหัวจะเป็นด่านแรกในการกระทำต่าง ๆ ซึ่งถ้าเราฝ่าไปไม่ได้ก็ยากที่จะมีการลงมือกระทำสิ่งที่ตั้งใจไว้นั่นเอง
📍องค์กรเปิดพื้นที่ แต่เสียงในหัวยังปิดอยู่
หลายองค์กรพยายามสร้างวัฒนธรรมที่ปลอดภัยต่อการแสดงความคิดเห็น (Psychological Safety) โดยผู้บริหารมักบอกว่า “ผิดได้ ลองได้ พูดได้” แต่พนักงานจำนวนไม่น้อยยังคงนิ่งเงียบ ไม่ใช่เพราะองค์กรไม่เปิดรับ แต่เพราะเสียงในหัวบอกว่า
“อย่าพลาดเลย”
“อย่าดูไม่เก่ง”
“อย่าเสี่ยงกับภาพลักษณ์”
นี่คือเหตุผลที่การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรจากภายนอกอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากบทสนทนาภายในของคนทำงานยังเต็มไปด้วยความกลัว
📍เสียงที่ตั้งใจปกป้อง แต่กลับจำกัดการเติบโต
ในเชิงจิตวิทยา เสียงในหัวไม่ได้มีเจตนาร้าย มันถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเราจากความอับอาย ความล้มเหลว และการถูกปฏิเสธ แต่ปัญหาคือ กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อโลกที่ต้อง “อยู่รอด” ไม่ใช่โลกการทำงานที่ต้อง “เติบโต”
ในสภาพแวดล้อมที่การเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการทดลองคือหัวใจของความสำเร็จ เสียงที่เตือนให้เราเล่นปลอดภัยตลอดเวลา จึงกลายเป็นแรงต้านที่มองไม่เห็น
📍จุดเริ่มต้นของการทวงอำนาจกลับมา
การจัดการเสียงในหัว ไม่ได้เริ่มจากการคิดบวกหรือฝืนเชื่อมั่นในตัวเอง แต่เริ่มจากการแยกให้ออกว่า
“นี่คือความจริง” หรือ “นี่คือเสียงที่พยายามปกป้องฉันในแบบเดิม ๆ”
เมื่อเราเริ่มมองเสียงนี้เป็น “ผู้ให้ความเห็นคนหนึ่ง” แทนที่จะเป็น “ตัวเรา”
เราจะเริ่มตั้งคำถามกับมันได้ เหมือนที่เราทำกับคำวิจารณ์จากคนอื่น
และนั่นคือจุดที่อำนาจในการตัดสินใจ กลับมาอยู่ในมือของเราอีกครั้ง








ความคิดเห็น