เส้นแบ่งของ “การยอมรับ” และ “ต่อต้าน” กับชิ้นงาน AI ที่ธุรกิจควรวิเคราะห์และทำความเข้าใจ
- 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

วันนี้ผมได้เห็นเคสของวงการบอร์ดเกมที่มีกลุ่มผู้เล่นไปถล่มเรตติ้งของเกมใหม่ที่ยังไม่ออกวางขายด้วยเหตุผลของความไม่พอใจจากตัวอาร์ตที่ทำด้วย AI และนั่นนำไปสู่คำถามที่ผมชวนคิดกับเพื่อน ๆ ว่าเรื่องการสร้างสรรค์ด้วย AI นั้นมี "เส้นแบ่งของการรับได้" อยู่ที่จุดไหนกัน
ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะผมเชื่อว่าเราก็คงไม่อาจปฏิเสธเทคโนโลยีนี้ได้อยู่แล้ว เหมือนกับการเข้ามาของหุ่นยนต์ หรือการเข้ามาของคอมพิวเตอร์ก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่เราอาจจะต้องคิดต่อคือการจะ "สำเร็จงาน" ด้วยเทคโนโลยีที่ว่านั้นจะได้รับการยอมรับหรือได้รับการปฏิเสธกัน ?
ถ้ามาคิดเรื่องนี้ มันก็มีประเด็นที่ซับซ้อนอยู่ เพราะแต่ก่อนเราก็มีการใช้ Compter Graphic เข้ามาช่วยสร้างสรรค์งานอย่างหนังโฆษณา ภาพยนตร์ ชิ้นงานศิลปะ ผ่าน Artist ต่าง ๆ แล้วเราก็ให้การยอมรับมัน
แต่คำถามคือทำไมในการสร้างสรรค์งานด้วย AI ในบางบริบทนั้นถึงถูกปฏิเสธ กลุ่มผู้บริโภคต่อต้านการใช้ AI กัน ?
ประเด็นนี้อาจจะถูกมองในเรื่องบริบทที่ไม่ใช่คุณภาพของงานเพราะเราก็เห็นกันแล้วว่าคุณภาพของงานที่ถูกสร้างโดย AI วันนี้นั้นสูงเอามาก ๆ ชนิดว่าอยู่ในระดับงานที่ดีเลยก็ว่าได้ แต่บริบทที่เราอาจจะต้องพิจารณานี้คือ "ที่มา" และ "เบื้องหลังการสร้างงาน"
ในมุมหนึ่งแล้ว เราอาจจะเทียบได้กับการที่เราชื่นชอบสินค้าบางอย่าง มันมีคุณภาพที่ดีมาก ๆ แต่พอเรารู้ว่าเบื้องหลังการผลิตนั้นเป็นการเอาเปรียบพนักงาน มีการใช้แรงงานเด็กอย่างผิดกฎหมาย เราก็อาจจะรู้สึกไม่อยากซื้อสินค้านั้นเพราะมันขัดกับความรู้สึกลึก ๆ ในใจเราเกี่ยวกับเรื่องของความถูกต้องและเหมาะสม
ตรงนี้เองที่หลายคนอาจจะมีมุมมองว่าการใช้ AI สร้างงานแทน Artist กลายเป็นการทำลายอาชีพของคนในอุตสาหกรรมแทนที่จะกลายเป็นส่งเสริมให้คนในอุตสาหกรรมมีอาชีพ บ้างก็อาจจะมองเรื่องคุณค่าของงานที่เปลี่ยนไปพอรู้ว่างานนั้นไม่ได้ถูกสร้างโดยคน เหมือนกับที่พอเรารู้ว่างานชิ้นนี้เป็นงานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์แทนที่จะเป็นงานเขียนด้วยมือ เราก็ประเมินค่าต่างไปจากเดิม
สิ่งที่น่าคิดจากประเด็นนี้คือธุรกิจก็คงจะมีการสร้างสรรค์งานด้วย AI มากขึ้นและก็ต้องพิจารณาไปด้วยกันว่าเส้นแบ่งที่ผู้บริโภคจะ "เปิดใจยอมรับ" นั้นอยู่ที่ใด งานแบบไหนที่เราใช้ AI สร้างแล้วคนมองว่า "โอเค" และแบบไหนที่ "ไม่โอเค" ซึ่งมันก็มีมิติมากมายเช่น
- คุณภาพของงาน
- ความจริงจังของงาน
- เนื้อหาของงาน
- สิ่งที่ปรากฎขึ้นในงาน
- กลุ่มคนที่ประเมิน
- ฯลฯ
ตัวอย่างที่เห็นได้คืองานวีดีโอที่ถูกสร้างด้วย AI บางอย่างนั้นคนโอเค แล้วก็มีการแชร์กันเช่นงานล้อสถานการณ์ หรืองานที่ยากจะสร้างได้ในชีวิตจริงเช่นละครที่แสดงโดยแมว เป้นต้น แต่งานบางอย่างก็จะรู้สึกไม่โอเค (จากคนบางกลุ่ม) เช่นหนังโฆษณาที่หลายคนเริ่มเบื่อ เป็นต้น
จุดนี้เอง ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าเส้นแบ่งปัจจุบันนั้นอยู่ตรงไหนเนื่องจากความซับซ้อนของบริบทนั้นค่อนข้างจะเยอะ แถมการที่คนปฏิเสธงาน AI ก็มาจากหลายสาเหตุ ไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพหรือการไม่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างเดียว
แต่เราคงไม่อาจจะปฏิเสธโจทย์นี้ได้แน่นอนแหละครับ เพราะยังไง Generative AI ก็จะมีบทบาทกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอนาคตแน่นอน




ความคิดเห็น