วิชาการเป็น "ส่วนน้อย" เมื่อคนอื่นคิดไม่เหมือนเรา
- 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ในบริบทของสังคมร่วมสมัยนั้น การเป็น "ส่วนน้อย" ไม่ได้อยู่ที่จำนวนประชากร แต่ยังรวมไปถึงความแตกต่างในมิติอื่น ๆ เช่นความคิด ความเชื่อ อัตลักษณ์ ความสนใจ ฯลฯ ซึ่งการที่อยู่ในตำแหน่ง "ส่วนน้อย" มักก่อให้เกิดแรงกดดันทางจิตใจโดยไม่รู้ตัว (หรือที่เรียกว่า Minority Stress) ซึ่งเป็นความเครียดสะสมจากการต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่รู้สึกตัวเองแตกต่างจากบรรทัดฐานหลักของกลุ่ม
เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในการบริหารคนในองค์กรเมื่อเราต้องสนใจสิ่งที่เรียกว่า Diversity, Equility, Inclusion เพราะมันทำให้เห็นความยากลำบากที่คนส่วนน้อยต้องเผชิญ ซึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้างทางสังคมและการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
📍 พลวัติในใจของคนที่เป็น "ส่วนน้อย"
มีการอธิบายว่าการเป็นส่วนน้อยนั้นมักจะกรุ้นให้เกิดสภาวะ Hyper-Vigilanace หรือการระแวดระวังสูง เช่นการกังวลาว่าคนอื่นกำลังประเมินหรือตัดสินตัวเองตลอดเวลา นอกจากนี้อาจจะมีความเสี่ยงที่จะตีความสัญญาณที่เป็นกลางว่าเป็นเชิงลบเนื่องจากตระหนักความแตกต่างของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ผลทีเเกิดขึ้นจากปฏิกริยานี้ได้แก่
- การหลีกเลี่ยงการแสดงออกทางความคิดเห็นเพราะกลัวโดนตัดสิน
- การปกปิดอัตลักษณ์หรือความคิดที่แท้จริง (Masking)
- การวิจารณ์ตัวเองหรือซีมซับอคติของสังคมเข้าตัวเอง
📍 วิชาการอยู่แบบ "ส่วนน้อย"
พอเป็นเช่นนี้แล้ว ทักษะด้านจิตวิทยาบางอย่างจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อช่วยลดผลกระทบของ Minority Stress เช่น
1. Self-Compassion (ความเมตตาต่อตนเอง)
การสื่อสารกับตนเองในลักษณะที่สนับสนุนและเข้าใจ เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อเพื่อนสนิท มีความสัมพันธ์กับระดับภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลที่ลดลงในกลุ่มที่เผชิญ minority stress
2. Mindfulness (สติรู้ตัวต่อประสบการณ์ปัจจุบัน)
การสังเกตอารมณ์และความรู้สึกทางร่างกายโดยไม่ตัดสิน ช่วยลดผลกระทบของการเลือกปฏิบัติที่มีต่อความทุกข์ทางจิตใจ
3. การสร้างโครงเรื่องอัตลักษณ์ภายใน (Inner Narrative)
การปรับกรอบความคิดจาก “ฉันไม่เข้าพวก” เป็น “ฉันนำมุมมองที่แตกต่างและมีคุณค่า” ช่วยเสริมความมั่นคงทางอัตลักษณ์และความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง
แนวทางการปฏิบัติเพื่อกำหนดขอบเขตที่ช่วย "ส่วนน้อย"
นอกจากทักษะภายในตัวเองแล้ว การบริหารจัดการปัจจัยสิ่งแวดเล้อมภายนอกและการปฏิสัมพันธ์กับสังคมก็มีบทบาทสำคัญเช่นกันเพื่อทำให้ลด Minority Stress ได้ เช่น
- การมี “in-group” หรือกลุ่มที่มีประสบการณ์หรือมุมมองคล้ายกัน ทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันทางจิตใจ
- การกำหนดขอบเขตกับบริบทที่ไม่ปลอดภัย เช่น การเลือกว่าจะลงทุนพลังงานกับสถานการณ์ใด
- การสื่อสารผลกระทบของสถานการณ์ต่อความรู้สึกและการมีส่วนร่วม เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการปรับตัวในระดับกลุ่ม
การเป็น “ส่วนน้อย” ในสังคมที่มีความคิดแตกต่างไม่ใช่เพียงสถานะเชิงจำนวน แต่เป็นประสบการณ์ทางจิตวิทยาและสังคมที่ซับซ้อน กรอบแนวคิด minority stress ช่วยให้เข้าใจว่าความเครียดที่เกิดขึ้นเป็นปฏิกิริยาที่คาดการณ์ได้ต่อโครงสร้างทางสังคม
การพัฒนาทักษะภายใน ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายสนับสนุนภายนอก เป็นกลไกสำคัญในการรักษาสุขภาวะทางจิตใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มส่วนน้อยในสังคมระยะยาว








ความคิดเห็น