เป็นเจ้าของธุรกิจไม่มีการ “ทดลองงาน”และไม่มีปุ่ม “หยุดพัก”
- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

หนึ่งในสิ่งที่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยใฝ่ฝันคือการได้ทำกิจการของตัวเอง บางคนก็อาจจะเบื่อจากการทำงานประจำแล้วอยากมาทำอะไรที่ตัวเองควบคุมได้ บางคนก็อาจจะคิดเรื่องการได้รายได้มากกว่า ฯลฯ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมักจะแลกเปลี่ยนเวลามีคนมาถามผมซึ่งมีประสบการณ์เปลี่ยนจากการงานประจำมาเป็นธุรกิจของตัวเอง ก็คือการบอกว่าการเป็นผู้ประกอบการนั้นมันคือ "เกมที่ไม่เคยหยุด"
ที่ต้องอธิบายแบบนี้เพราะเกมกีฬายังมีช่วงเวลาให้พักครึ่ง มีช่วงพักระหว่างฤดูกาล การเรียนหนังสือก็มีช่วงปิดเทอม แต่การทำธุรกิจนั้นไม่มีช่วงที่คู่แข่งหยุดพร้อมกันหมด ในขณะที่เราอาจจะฉลองดีลใหญ่ ครื้นเครงกับยอดขายในไตรมาส ก็อาจจะมีใครบางคนกำลังทำสิ่งที่ทำให้ข้ได้เปรียบทางธุรกิจของเราหายไปก็ได้
ธุรกิจไม่ใช่การแข่งขันที่จะวัดกันเป็นรอบ ๆ ต่คือสนทมที่ต่อเนื่อง การมีความเฉื่อยเล็กน้อยก็อาจจะพลาดท่าอย่างหนักได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจจะมีห่วงอยู่เสมอในทุก ๆ วัน
เรื่องนี้จะต่างไปจากพนักงาน เพราะมันก็เป็นแค่การทำหน้าที่ของตำแหน่ง ส่งมอบตาม KPI ที่ตั้งไว้แล้วก็รอการประเมินรอบถัดไป แต่การทำธุรกิจมันไม่ได้มีการประเมินปีละครั้ง (หรือไตรมาส) เพราะตลาดจะประเมินคุณทุกวันผ่านยอดขาย การรับรู้ของธุรกิจ ความพึงพอใจของลูกค้า ฯลฯ และนั่นทำให้เกมของธุรกิจมันไม่เคยหยุด
ในอีกมุมหนึ่งแล้ว การทำงานอาจจะมีช่วงเวลาทดลองงานให้เราได้ลองผิดลองถูก ไม่ชอบก็เปลี่ยนงานใหม่ แต่การทำธุรกิจอาจจะไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะแม้เราอาจจะมองว่าบางครั้งเราก็ลองทำธุรกิจก่อน ไม่ชอบก็เลิกทำ แต่การลงทุนที่เสียไปในตอนเริ่มธุรกิจมันต่างจากการไปทดลองงานในบริษัท หลายคนอาจจะไม่ได้เหลือเงินลงทุนมากพอที่จะไปต่อในธุรกิจใหม่หากธุรกิจเดิมล้มเหลว
ด้วยเหตุนี้ การเล่นในเกมธุรกิจจึงต้องมีการคิดล่วงหน้า มีการคาดการณ์ความเสี่ยงและสร้างความได้เปรียบที่เข้มข้นมาก ๆ การเรียนรู้ทุกอย่างมีต้นทุน ทุกการตัดสินใจมีราคา ทุกความล่าช้ามีผลกระทบ เช่นเดียวกับทุกความสำเร็จมีอายุของมัน
ถ้าเรารับกับความจริงเหล่านี้ได้ เราก็พอจะเข้ามาในเกมการแข่งขันนี้ แต่ถ้าเราไม่ชอบแบบนี้แล้ว การทำงานในเกมการแข่งขันของมนุษย์งานประจำก็อาจจะดีกว่านั่นเองล่ะครับ








ความคิดเห็น